เผาถ่านไม้ ค้าถ่านไม้ ครอบครองถ่านไม้ การนำถ่านไม้เคลื่อนที่ ต้องขออนุญาตหรือไม่ หรือต้องทำอย่างไร
ทำความเข้าใจก่อนว่า “ถ่านไม้” ที่เป็นของป่าหวงห้าม และอยู่ในความควบคุมตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มี 2 อย่างเท่านั้น คือ
1) ถ่านไม้ที่เกิดหรือมีขึ้นเองตามธรรมชาติในป่า และ 2) ถ่านที่บุคคลทำขึ้น (เผาเอง) โดยมีวัตถุดิบมาจากไม้ในป่า
แล้วพื้นที่ป่า คืออะไร
“ป่า” คือ ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดิน เช่น ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ที่นิคม ที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)
สำหรับที่ดินที่ได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน โฉนดตราจอง หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3 นส.3 ก นส.3 ข) แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เป็นต้น
ดังนั้น หากเป็นถ่านไม้ที่บุคคลทำขึ้น (เผาเอง) โดยมีแหล่งวัตถุดิบมาจากไม้ที่ขึ้นอยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน “ไม่เป็นของป่าหวงห้าม” และ “ไม่ต้องขออนุญาตเผาถ่านไม้ ค้าถ่านไม้ ครอบครองถ่านไม้ หรือนำถ่านไม้เคลื่อนที่” แต่อย่างใด โดยเป็นสิทธิของประชาชนผู้สุจริตที่จะดำเนินการได้โดยเสรี
แต่หากเป็นการนำไม้ที่เกิดหรือมีขึ้นในป่า มาดำเนินการตามที่จะกล่าวดังนี้ จะต้องขออนุญาต
1) เผาเป็นถ่านไม้ จะต้องขออนุญาต “เก็บหาของป่าหวงห้ามสำหรับเผาเอาถ่าน” หรือก็คือ “ตั้งเตาเผาเอาถ่าน” ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 19 (พ.ศ. 2507) ว่าด้วยการเก็บหาของป่าหวงห้าม โดยผู้รับอนุญาตมีสิทธิเผาถ่านไม้ ค้าถ่านไม้ และครอบครองถ่านไม้ได้ สำหรับไม้ที่นำมาเผาเป็นถ่านไม้จะต้องเป็นไม้ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น
2) ค้าถ่านไม้ ไม่ว่าจำนวนเท่าใดก็ตาม จะต้องขออนุญาต “ค้าของป่าหวงห้าม ชนิดถ่านไม้” ตามมาตรา 29 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2517) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และหนังสือกรมป่าไม้ ที่ กส 0704/5474 ลงวันที่ 1 เมษายน 2518 เรื่อง กฎกระทรวงฉบับที่ 21(พ.ศ. 2517) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 โดยผู้รับอนุญาตมีสิทธิค้าไม้และครอบครองถ่านไม้ได้ สำหรับถ่านไม้ที่จะนำมาขาย จะต้องเป็นถ่านไม้ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น
3) ครอบครองถ่านไม้ จะต้องเป็นการครอบครองเพื่อใช้สอยในครัวเรือนของตนไม่เกิน 130 กิโลกรัม (ตามที่ประกาศกระทรวงเกษตรฯ กำหนด) หากครอบครองเกินกว่านี้ จะต้องขออนุญาต “มีไว้ในครอบครองซึ่งของป่าหวงห้าม ชนิดถ่านไม้” ตามมาตรา 29 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2517) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และหนังสือกรมป่าไม้ ที่ กส 0704/5474 ลงวันที่ 1 เมษายน 2518 เรื่อง กฎกระทรวงฉบับที่ 21(พ.ศ. 2517) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และโดยผู้รับอนุญาตมีสิทธิครอบครองถ่านไม้ได้ สำหรับถ่านไม้ที่ครอบครองจะต้องเป็นถ่านไม้ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น
4) การนำถ่านไม้ซึ่งเผาจากเตาที่ได้รับอนุญาตตาม 1) เคลื่อนที่ไปสถานที่อื่นใดนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต จะต้องขออนุญาต “นำของป่าเคลื่อนที่” ตามมาตรา 38 และมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 26 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ว่าด้วยการนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ และระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ พ.ศ. 2552
ทั้งนี้ การขออนุญาตตาม 1) - 4) ให้ไปติดต่อ ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดท้องที่ (ทสจ.) อันเป็นสถานที่ตั้งของการดำเนินการต่าง ๆ ที่จะขออนุญาต
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและคุ้มครองผู้สุจริต หากบุคคลใดมีความประสงค์ที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับรองถ่านไม้ที่บุคคลทำขึ้น (เผาเอง) โดยมีแหล่งวัตถุดิบมาจากไม้ที่ขึ้นอยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน ก็สามารถดำเนินการได้ตามแนวทางที่กำหนดในหนังสือกรมป่าไม้ ที่ กษ 0704.03/6597 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2537 เรื่อง การเผาถ่านจากไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง โดยให้ไปติดต่อ ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดท้องที่ (ทสจ.) อันเป็นสถานที่ตั้งของการดำเนินการที่จะขออนุญาตเช่นกัน
